[Review] Kimi ga Iru nara Sekai no Hate demo

posted on 01 Mar 2010 14:34 by still-doll  in DramaCD

[Review] Kimi ga Iru nara Sekai no Hate demo

きみがいるなら世界の果てでも

(With you, I can live anywhere around the world.)

 

 

Author: Eda Yuuri

Illustrator: Enjin Yamimaru

Publisher: Libre Cue Egg Label CEL-032

Released: 24/02/2010

Original price: 5,250

มี 2 Disc

-แผ่นแรกรวมแล้ว 70นาที 43 วิฯ

-แผ่นที่2จะ 71นาที 46วิฯ

-มี cast free talk นาน2นาที 41วิฯ

คู่พระนาง...Konishi Katsuyuki X Fukuyama Jun หุหุหุ+

 

Cast: (โฮกมาก)

- พระเอก โชวจิ ทัตสึฮิโกะ : Konishi Katsuyuki

- นายเอก นิกิ เรียว (อ.รูโกะ) : Fukuyama Jun

- มือที่สาม (รุ่นพี่สมัยเรียนของนายเอก) ท่าน อมารีย์...เอ๊ยย อามาริ คิอิจิ : Miki Shinichirou มิกิซามะๆๆๆ

- นักเขียนการ์ตูนผู้หญิงเพื่อนนายเอก ชีนะ ริสึ : Yoshino Hiroyuki ยจจิ๊นนนน

- นักเขียนนิยายอีกคน ทาจิบานะ แคนดี้ (ชื่ออารั๊ยมันจาคิขุปานนี้) : Tachibana Shinnosuke ทาจิบานะ พากษ์เป็น ทาจิบานะ ค่ะ 55

- นักเขียนการ์ตูน คุโรดะ ซุยโชว : Kuroda Takaya โฮกกก ท่านคุโรด๊ะ... คุโรดะ พากษ์เป็นคุโรดะ ค่ะ ตกลงว่าเคสคราวนี้มันเลือกจากชื่อเลยใช่มั้ยเนี่ย?

- ผู้ดูแลต้นฉบับส่วนตัวของคุโรดะ โนเซกาว่า ไอ : Hiragawa Daisuke คนพากษ์ฮิมิ/Ze ซึ่งดิฉันคลั่งมากค่ะ

*ในเรื่องเหมือนคุโรดะ กับ โนเซกาวะ ไอ จะมี something อะไรกันบางอย่างด้วยค่ะ แปลว่าคนเขียนอาจทำเป็นคู่2ในซีรีย์นี้ หรือไม่ก็เป็นพระ-นางในเรื่องอื่น หรือป่าว??)

 

 

เนื้อเรื่อง !!!สปอยสุดๆๆๆค่ะ

 

ในภาค2นี้ ฉากแรกจะเริ่มต้นด้วยตอนที่โชวจิอาบน้ำให้นิกิค่ะ แล้วก็เลยมีอะไรกัน (เสียงโคนิตันทำเอาคนฟังเลือดสาดเกือบดับอนาจคาคอมฯค่ะ) แต่ระหว่างนั้นก็เกิดอุบัติเหตุ(ณ.ระหว่างที่ทำอย่างว่าในห้องน้ำเลยค่ะ) ทำให้โชวจิคอเคล็ด(?) หรือเกิดปัญหาอะไรซักกะอย่างกะคอพี่นั่นแหละ ต้องขอบอกไว้ล่วงหน้าค่ะว่าในภาค2นี้คุณพระเอกโชวจิของเรานั้น เจ็บตัวเป็นว่าเล่นเลยค่ะ มีแขนหัก บ้านไฟไหม้ เป็นไข้ ฯลฯ น่าสงสารสุดๆเลยค่ะ 555+
แต่ถึงอย่างนั้นโชวจิก็อาศัยอยู่กับนิกิอย่างมีความสุข อินเลิฟกันสุดๆ
มีวันหนึ่งโชวจิดูอัลบั้มเรียนจบของนิกิสมัยม.ปลาย เห็นรูปของนิกิถ่ายคู่กับชายคนนึงที่เค้าไม่รู้จัก...ดูจากเครื่องแบบที่สวมในรูปแล้วคงเป็นนักเรียน รร.เดียวกัน ชายคนนั้นดูสนิทสนมกับนิกิจนน่าแปลก ท่าทีโอบไหล่ในรูปดูเหมือนการโอบกอดนิกิมากกว่า และที่ยิ่งกว่านั้นคือ นิกิในรูปนั้นดู...สะอาดมาก...(พระเอกที่สงสัยนายเอกเพราะเหตุผลบ้าๆแบบนี้พึ่งเคยเจอค่ะ เหอๆ) ทำไมถึงผมเผ้าสะอาดสะอ้าน? ทำไมติดกระดุมเสื้อถูกต้องเรียบร้อย? ทำไม๊..?? หรือว่าไอ้ผู้ชายในรูปนั่นมันเป็นคนทำให้ฟร่ะ?? (พี่แกตัดบทเลยว่านิกิไม่มีทางทำเองแน่อ่ะค่ะ) นี่คือความสับสนในใจของโชวจิ แต่ไม่ช้ามันก็หายไป เมื่อโชวจิถามเรื่องสมัยเรียนม.ปลายกับนิกิตรงๆ(พระเอกเรื่องนี้มีเหตุผลค่ะ ไม่บ้าโกรธไปเรื่อยก่อนจะถาม) และดูเหมือนว่านิกิจะจำอะไรไม่ค่อยได้ แถมบอกว่าสมัยม.ปลายไม่มีเรื่องอะไรสนุกเท่าไหร่หรอก กับเพื่อนๆที่สนิทๆก็ลืมไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย ทำให้โชวจิหายสงสัยเรื่องชายปริศนาในรูปว่านิกิคงลืมไปแล้วและคงไม่มีอะไรพิเศษเกินเลยไปอย่างที่เขากังวลใจไปแน่


ต่อมา นิกิได้มีโอกาสพูดคุยกันเพื่อนร่วมอาชีพเขียนการ์ตูนเหมือนกันอย่างชีนะ ริสึ และถูกเตือนเรื่อง การที่ทุกวันนี้นิกิพึ่งพาและรบกวนโชวจิมากเกินไป ซักวันนึงอีกฝ่ายอาจจะเบื่อเขาแล้วก็ทิ้งไปก็ได้ นิกิเครียดกับเรื่องนี้มาก ยิ่งโชวจิหมู่นี้งานยุ่งเพราะพี่ชายเรียกไปช่วยกิจการที่บ้าน ทำให้เขามีเวลาดูแลนิกิน้อยลง นิกิจึงเกิดรู้สึกอยากทำอะไรต่อมิอะไรเพื่อโชวจิขึ้นมา แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการเพิ่มปัญหาเสียมากกว่า นิกิพยายามจะลองทำความสะอาดบ้านเองโดยไม่พึ่งโชวจิ แต่สิ่งที่เขาทำได้ก็แค่เอาของที่รกๆกองๆในห้องยัดใส่เข้าไปในตู้เสื้อผ้าหรือตู้ต่างๆในบ้านแทนแบบส่งๆ ซึ่งโชวจิก็ต้องมาคอยตามเก็บตามเช็ดกลายเป็นงานยุ่งขึ้นคูณสอง แถมบางครั้งเขาก็ได้รับบาดเจ็บจากการ “เก็บกวาด” ของนิกิอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นโชวจิก็ไม่ได้รู้สึกโกรธโมโหหรือรำครานอะไรนิกิเลย

 

ต่อมา โชวจิโหมดูแลนิกิเยอะเกินจนตัวเองเป็นไข้หวัด แล้วยังต้องไปทำงานช่วยพี่ชาย โชวจิก็คุยกับพี่ชายเรื่องของนิกิ ว่าตอนนี้เขาทำงานเป็นผู้ดูแล/Manager (ของนักเขียนการ์ตูน) ให้กับนิกิ ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง...ขืนบอกว่าเป็นคนรักกันคงมีหวังเรื่องยาวล่ะคร่ะ พี่ชายก็แอบไม่เห็นด้วยแบบว่าเสียดายความสามารถของโชวจิอ่ะค่ะที่ต้องมาทำงานเป็นแค่ผู้ดูแลนักเขียน ก็ตามประสาพี่ชายที่ดีอ่ะเนอะ ส่วนงานที่โชวจิมาช่วยพี่ชายนั้นจะเป็นงานที่คล้ายๆกับ...เอ่อ คงเกี่ยวข้องกับภาพวาดศิลปะ พวกภาพเชียน กับแกลลอรี่ อ่ะค่ะ (ขอโทษด้วยนะค่ะที่ไร้ความสามารถ คือแปลได้อะไรปามาณนี้อ่ะค่ะ) และบังเอิญได้ร่วมงานกับเจ้าของแกลลอรี่ อามาริ อินเตอร์เนชั่นเนล อย่าง อามาริ คิอิจิ ทีแรกโชวจิได้เจอกับอามาริที่แกลลอรี่อาโอยามะโดยมีพี่ชายเป็นคนแนะนำให้รู้จัก โชวจิทันทีที่เห็นหน้าผู้ชายดูภูมิฐานอย่างอามาริแล้วก็นึกคุ้นๆว่าเคยเห็นหน้าที่ไหน แต่ก็นึกไม่ออกจนกระทั่งนิกิที่จู่ๆก็ปรากฏตัวที่แกลลอรี่(มารอรับโชวจิกลับบ้านโดยไม่ได้บอกเจ้าตัวก่อนด้วยค่ะ น่ารักจริงๆ พยายามเอาใจสามีอย่างแรง) โชวจิที่เห็นนิกิท่าทางเอ๋อๆเซ่อๆเข้ามาในแกลลอรีก็กำลังจะเอ่ยเรียกชื่อ แต่กลับโดนอามาริชิงเรียกตัดหน้า “นิกิคุง” แถมทักทายอย่างสนิทสนมเหมือนรู้จักนิกิเป็นอย่างดี “อา...จำฉันไม่ได้สินะ...สมเป็นเธอจริงๆเลย...” อามาริแสดงท่าทีเอ็นดูนิกิแบบเกินหน้าเกินตาแถมถึงเนื้อถึงตัวมาก “นี่ ล้างซอกหูบ้างหรือเปล่า ตรงแถวนั้นเธอชอบลืมล้างบ่อยๆนะ?” ถามนู่นนี่แบบสนิทสนมเกินไปจนทำเอาโชวจิหึงขึ้นหน้า และพระเอกของเราก็นึกออกทันที(ฉลาดค่ะ) ว่าท่านอามาริตรงหน้าเขานี่แหละคือคนที่อยู่ในรูปถ่ายสมัยเรียนม.ปลายของนิกิ ไอ่ผู้ชายแปลกหน้าที่เขาเคยหึงมารอบนึงแล้ว...และที่ฮาสุดๆคือ ท่านโชวจินึกเรื่องนี้ออกได้ก่อนที่นิกิจะนึกจำพี่อามาริแกได้ซะอีกนะค่ะ เมื่อนิกิจำอีกฝ่ายได้ว่าเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนม.ปลายที่คอยตามดูแลเอาใจใส่เขาในทุกๆเรื่อง(คล้ายๆกับที่โชวจิทำในตอนนี้เลยค่ะ) นิกิก็เรียกอีกฝ่ายออกมาว่า “รุ่นพี่” ทันทีนั้นเอง...พี่อามาริก็เข้าสวมกอดนิกิเลยค่ะ โชวจิก็หึงได้อีก เลยเข้าไปแยกแฟนตัวเองออกมาแบบสุภาพๆ แต่ก็ตั้งแง่กับอามาริเอาไว้ในใจเป็นที่เรียบร้อย แล้วก็ขอตัวกลับอย่างเร็วเลยค่ะ ขี้หวงจริงๆแต่เท่สุดๆเลยค๊า... >W< ตอนที่โบกแท็กซี่กลับบ้านกับนิกิ พี่แกก็สอบสวนนิกิใหญ่เลยค่ะ ว่าไอ่รุ่นพี่อามาริที่ว่าเนี่ยสนิทกันแค่ไหน แต่ดูเหมือนนิกิจะจำอีกฝ่ายไม่ค่อยได้เท่าไหร่ แบบว่าไม่ได้ให้ความสำคัญเลย “อ้อ เค้าชื่ออามาริหรอกเหรอ...ปกติเรียกแต่รุ่นพี่ๆ” อย่างน้อยโชวจิก็วางใจไปเปราะนึง เพราะถ้าอีกฝ่ายเป็นคนสำคัญจริงอย่างน้อยๆนิกิก็น่าจะจำชื่ออีกฝ่ายได้บ้าง นิกิก็เล่าว่าสมัยเรียนรุ่นพี่ทำอะไรเพื่อเขาบ้าง ซึ่งมันก็มีทั้งการซื้อข้าวให้กินทุกวัน พาไปดูหนังแต่ก็อ้างว่าไม่ชอบดูหนังคนเดียวเลยหิ้วนิกิไปด้วย บางครั้งก็มาโรงเรียนแต่เช้าเพื่อตัดผมกับสระผมให้นิกิ (เลยเป็นที่มาของความสะอาดที่น่าสงสัยในสมัยนั้นของนิกินั่นแหละค่ะ) นิกิก็แค่คิดว่าอามาริเป็นรุ่นพี่ที่แปลกๆ แต่ในความเห็นของโชวจิที่พอได้ฟังเรื่องราวแล้ว เขาก็ได้ตัดสินให้อามาริเป็นบุคคลอันตรายสำหรับชีวิตรักของเขากับนิกิไปในทันที คือแค่ฟังก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายจงใจจีบแฟนตรูอ๊ะ อารัยแบบนั้น...


เหมือนความโชคร้ายจะมีจริง วันนึงที่โชวจิไม่อยู่บ้าน (ออกไปทำไรซักอย่าง คงไม่พ้นเรื่องบ.ของพี่ชายแหละค่ะ) เหลือนิกิคนเดียว นิกิเลยเริ่มพยายามทำข้าวราดแกงกระหรี่เพื่อเอาใจโชวจิ แต่ทว่าเกิดพลาดทำบ้านไฟไหม้น่ะค่ะ แถมโชวจิที่บุกเข้าไปช่วยก็ดันได้รับบาดเจ็บแขนหักอีกด้วย โชวจิหมดสติไปเลยค่ะ จนต้องพาส่งโรงพยาบาล ระหว่างที่โชวจินอนอยู่ไม่ฟื้น นิกิก็นึกโทษตัวเองว่าตัวเองเป็นภาระ สร้างแต่ความลำบากให้โชวจิ คราวนี้โชวจิก็ต้องมาบาดเจ็บสาหัสที่แขนก็เพราะตัวเขา นิกิร้องไห้ไม่หยุด โทษตัวเองซ้ำไปมาอ่ะค่ะ พูดแต่ขอโทษๆ น่าสงสารมากเลย แล้วก็ยิ่งน่าสงสารยิ่งขึ้นเมื่อนิกิได้เจอกับพี่ชายของโชวจิ ที่หวังดีแบบไม่ดูตาม้าตาเรือมาขอร้องนิกิเรื่องที่ไม่อยากให้โชวจิที่เป็นคนมีความสามารถสูงต้องมาทำงานเป็นแค่ manager นักเขียนการ์ตูนคอยตามดูแลนิกิ ยังไงก็อยากให้นิกิเลิกเรื่องนี้เพื่อเห็นแก่อนาคตของโชวจิ และแน่นอนนายเอกของเราก็ไปเชื่อคำของคุณพี่ชายจนได้ค่ะ เฮ้ออ...นิกิรู้สึกเศร้าและสับสน เขาไม่อยากทำให้โชวจิลำบากอีกแล้ว เลยคิดว่าจะหายไปจากชีวิตของโชวจิให้ได้ นิกิเดินคิดไปพลางเดินโซซัดโซเซไปตามถนนท่ามกลางสายฝน (Pattern หนังไทยมากค่ะ) ระหว่างที่สมองของเขาเริ่มว่างเปล่า อามาริก็เข้ามาช่วยไว้แล้วพาไปอยู่ด้วยกันที่บ้านเลยค่ะ นายเอกเราก็สิ้นคิดบ้าจี้ตามเขาไปซะงั้นค่ะ คือนิกิคงไม่อยากกลับบ้านอ่ะค่ะ ไม่อยากสร้างความลำบากให้โชวจิเลยตั้งใจจะหายไปเลย โดยการใช้ชีวิตอยู่กับรุ่นพี่ ทั้งนี้...นิกิแลกด้วยร่างกายนะค่ะ (ฮือออ นิกิของฉ้านนนนน ไหงเป็นซะขนาดนี้ค๊า

 

ด้านโชวจิที่พอได้สติขึ้นมาก็ไม่เห็นนิกิ ก็ถามหาทันที โชวจิเข้าใจสถานการณ์ว่านิกิคงรู้สึกแย่มากแค่ไหน คงคิดว่าตัวเองเป็นภาระให้เขาแน่ๆ ยิ่งทำให้เขาต้องบาดเจ็บเข้าโรงพยาบาลนี่คงทำให้นิกิช็อคมาก ก็ว่าหมู่นี้นิกิลุกขึ้นมาทำนู่นทำนี่เพื่อเขาเพราะคงนึกกลัวว่าจะเป็นภาระ ปานนี้นิกิจะรู้สึกยังไงกันนะ? โชวจิตั้งใจว่าจะบอกนิกิว่าไม่ต้องคิดมาก แต่....ไม่ทันที่โชวจิจะได้ปรับความเข้าใจ เมื่อเขาออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับบ้านไปหา...ก็พบว่านิกินั้นไม่อยู่ที่บ้านเสียแล้ว

 

โชวจิยังคงต้องไปทำงานให้กับไอ่คุณพี่ชายของเขา...ทั้งๆที่เขายังตามหาคนรักของตัวเองไม่เจอเลยด้วยซ้ำ ในใจก็นึกเป็นห่วง แต่เป็นคนมีความรับผิดชอบสูงเลยไปทำงาน แล้วก็ได้คุยกับพี่ชาย ถึงได้รู้ความจริงเรื่องความปากพล่อยของไอ่คุณพี่อันเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้นิกิหนีไปจากเขาแน่ๆ โชวจิคาดเดาความคิดของนิกิได้ถูกเผง ว่านิกิต้องคิดจะหนีไปจากชีวิตเขาเพื่อไม่เป็นภาระกับเขาแน่ๆ (ฉลาดค่ะ พระเอกเรื่องนี้ ไม่ต้องให้คนอ่านคอยลุ้นว่าเมื่อไหร่จะเข้าใจความคิดนายเอกซะที) โชวจิที่สงสัยว่านิกิไปอยู่ไหนก็ได้รู้คำตอบเลยค่ะ เมื่อคุณพี่อามาริ มือที่สามหน้าตาดี(เติมให้ด้วยความหลงส่วนตัวค่ะ ท่านมิกิ๊ๆๆ) ปรากฏตัวที่ทำงานของพี่ชายโชวจิ อามาริไม่ได้มาติดต่อธุระกับพี่แต่มีธุระจะคุยกับโชวจิสองคน อามาริบอกโชวจิว่านิกิอยู่ที่บ้านของเขา ฉากนี้เป็นหนึ่งฉากประทับใจดิฉันมากเลยค่ะ(จะอยู่ใน Trackที่6 Disc1 ตอนท้ายๆค่ะ) โคนิตันกับพี่มิกิสุดยอดทั้งคู่ มีปะทะคารมกันมันส์มากค่ะ... คร่าวๆนะค่ะ ประมาณว่า
อามาริ – “เค้าอยู่ที่บ้านผมนะครับ”
โชวจิ – “อยู่ที่บ้านของคุณงั้นเหรอครับ....?

อามาริ – “ใช่ครับ เก็บได้ที่ข้างถนนน่ะครับ เมื่อ5วันก่อนละมั้ง ฝนตกหนักมากวันนั้น ตัวเปียกหมดเลย

โชวจิ – “นิกิไม่ใช่แมวนะครับ
(เคืองงงง)
อามาริก็หัวเราะ ออกแนวว่าจงใจพูดให้นิกิดูเหมือนแมวที่เขาเก็บไปเลี้ยงนะค่ะ กวนประสาทพระเอกได้ถึงกึ๋นมั่กส์ แล้วก็ยิ่งสะใจ(คนฟัง)เข้าไปอีกเมื่อพี่อามาริแกพูดต่อ(ด้วยเสียงหล่อๆกวนๆของท่านมิกิ) ว่า
อามาริ – “...ที่บอกว่าเก็บได้นะ ล้อเล่น (จงใจพากลับเลยต่างหาก)....” แล้วพี่แกก็กวนประสาทต่ออีกเล็กน้อย
โชวจิก็ยืนยันว่าจะไปรับกลับบ้าน อามาริก็เลยถามว่า ทำไมล่ะ? ไม่ได้เป็นผู้ปกครองซะหน่อย (กวนได้อีก) แต่พระเอกของเราก็ตอกกลับอย่างเท่ว่า... “ครับ ไม่ได้เป็นผู้ปกครอง.........แต่เป็นคนรักน่ะครับ” อะกรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดส์ โชวจิซามะ!!! เท่ได้ใจมั่กส์คร่า นี่คือกะไม่ปิดบังเลยนะค่ะ หุหุหุ+

 

โชวจิก็รีบไปที่บ้านของอามาริ เพื่อรับนิกิกลับบ้าน แต่นิกิก็ไม่ยอมกลับ แถมบอกโชวจิว่าตัวเองนอนกับอามาริไปแล้ว ตรงนี้แหละค่ะที่พระเอกผู้สุขุมนุ่มลึก มีเหตุผลและฉลาดมั่กๆมาตลอดเรื่องของเราสติขาด โชวจิช็อคมากจนในหัวว่างเปล่า เขาตบ(หรือชกหว่า?)หน้านิกิอย่างแรง เพราะคำพูดของนิกิที่ว่า *ไม่ต้องเป็นโชวจิก็ได้* มันเหมือนการที่ตัวเขานั้นไม่เป็นที่ต้องการสำหรับนิกิอีกแล้วทำให้โชวจิทนไม่ได้
 
นิกิอาศัยอยู่กับอามาริ รุ่นพี่ที่ชอบเขามาตั้งแต่สมัยเรียน ฉากตอนนี้จะเป็น Trackที่1 ของDisc 2 ค่ะ เป็นฉากที่เล่าถึงความคิด มุมมองของรุ่นพี่อามาริ ที่จริงคนๆนี้เป็นมือที่สามที่น่าสงสารนะค่ะ อามาริหลงรักนิกิมาตั้งแต่ม.ปลาย คอยตามดูแลเพราะชอบนะค่ะ แต่เขาก็ต้องมาปวดใจที่พอเจอกันอีกทีนิกิที่ไม่เคยแม้แต่จะสัมผัสหรือรับรู้ถึงความรักที่เขาทุ่มเทให้กลับมีความรักกับผู้ชายคนอื่นนั่นคือโชวจิ และหน้ำซ้ำยังใช้ตัวเขาเองเป็นเครื่องมือในการหนีหายไปจากโชวจิทั้งๆที่ไม่รักเขาเลย อามาริรู้ทุกอย่างและเข้าใจดี รู้แม้กระทั่งว่านิกิรักโชวจิแค่ไหน และตัวเขาเองเป็นแค่ผู้ชายที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือเท่านั้น เขารู้มาตลอดตั้งแต่สมัยม.ปลาย ว่านิกิเอาแต่สนใจโชวจิ ทุกๆวันนิกิจะเอาแต่พูดถึงโชวจิๆๆเปรียบเทียบกับตัวเขา ว่า รุ่นพี่กับโชวจินี่ใครจะสูงกว่ากันนะ? รุ่นพี่อาจจะใจดีกว่าโชวิจก็ได้นะ? คือถูกเอาไปเปรียบเทียบกับโชวจิอย่างงั้นอย่างงี้ ตอนนี้เขาก็เหมือนกันของทดแทนโชวจิสำหรับนิกิเท่านั้นเอง นิกิใช้เขาเป็นเครื่องมือในการหนีออกมาจากโชวจิ แต่ถึงอย่างนั้นอามาริก็มีอะไรกับนิกิอยู่ดีค่ะ...(ฉากสั้นมาก แทบไม่นับเลยค่ะ เนื่องเพราะไม่ใช่คู่พระนาง เลยมีพากษ์ให้ฟังเล็กน้อยเท่านั้น แถมนายเอกเค้าไม่มีอารมณ์ร่วมอะค่ะ เหอะๆ)
 
แต่ยังไงก็แยกกันได้ไม่นานหรอกค่ะ ระหว่างนั้นเหมือนเป็นช่วงเวลาที่ทั้งสองห่างกันเพื่อคิดอะไรของตัวเอง โชวจิก็ได้สะสางงานจนเสร็จด้วย นิกิก็คิดอะไรได้หลายๆอย่าง แล้วก็รู้แน่ชัดมากๆว่าตัวเองรักโชวจิแค่ไหน มีตอนนึงที่นิกิไปที่บริษัทแล้วเจอนักเขียนการ์ตูนชื่อทาจิบานะ แคนดี้ (นามปากกา) แล้วก็ไปคุยกันที่ร้านกาแฟ ในร้านนั้นก็มีนักเขียนการ์ตูนอีกคนคือ คุโรดะ กับบก.ส่วนตัวที่ชื่อโนเซกาวะ สองคนนี้ก็นั่งคุยกันแล้วนิกิก็แอบฟังอ่ะค่ะ นักเขียนการ์ตูนจะทำตัวออกแนว Semeๆ นะค่ะ เหมือนมีความสัมพันธ์กับ บก. ที่มาด้วยกัน แล้วก็คุยกันเรื่องการเขียนการ์ตูน เพื่อใคร? อะไรยังไง? อะไรทำนองนั้น นิกิก็ก็ตาสว่างและหายลังเลเอาตอนนี้แหละค่ะ
 
สุดท้ายนิกิก็กลับไปหาโชวจิอยู่ดี รายละเอียดช่วงคืนดีนั้นรอติดตามในเวอร์ชั่นนิยายแปลเอานะค่ะ (คิดว่าน่าจะทำต่อกันนะค่ะ แหะๆ เจย์สปอยเนื้อเรื่องเยอะไปมันจะยังไงๆหรือป่าวหว่า?) พอคืนดีกันก็...แน่นอนค่ะ...ฉาก...ค่ะ !!! (รอมาตลอดเรื่อง เหอๆ) ต้องยอมรับว่าจุนจุนกับโคนิตันเนี่ยเข้าขากันอย่างที่เคยคุยเอาไว้จริงๆ จุนจุนเซ็กซี่ขึ้นอีกแย้วค๊า ชอบฉากที่โชวจิลงโทษนิกิที่ดันไปยอมให้อามาริแตะต้องโดยการให้นิกิ XXXXX โดยที่ไม่ XXXXX ค่ะ (เซ็นเซอร์ซะ...แล้วจะรุเรื่องกันมั้ย??)
ลองไปฟังดูนะค่ะ แนะนำมากๆค่ะ ไม่มีผิดหวัง ไม่งั้นคนเขียนรีวิวไม่บ้าเลือดขนาดพิมพ์เนื้อเรื่องยาวยืดงี้หรอกค๊ะ 555+

สุดท้าย...
-โคนิตันในบทโชวจิ......หล่อ เริ่ด เฟอร์เฟ็ค เท่ห์ เซ็กซี่ ได้ใจที่สุดในโลกกกก
-จุนจุนในบทนิกิ.....คราวนี้น่ารักขึ้น พูดภาษาคนมากขึ้น (ภาคแรกพูดเหมือนเมาค่ะ) เซ็กซี่ หวานหยด ขึ้น เสียงสวยมันเป็นงี้นี่เอง
-ท่านมิกิในบทอามาริ.......มือที่สามที่เริ่ดสุดๆๆๆ เท่กินขาด ชอบเสียงกวนๆของมิกิซามะมั่กๆเรยค๊า
-ทาจิบานะในบททาจิบานะ........หมู่นี้พากษ์เป็นแต่นักเขียนการ์ตูนแฮะ (อีกเรื่องคือ Sekai ichi no hatsukoi ค่ะ) ทาจิบานะเสียงน่ารักมาก ฟังแล้วเอ็นดูค่ะ
-คุโรดะในบทคุโรดะ........เท่อีกคนค่ะ พี่คุโรดะมีแถมท้ายตรง Cast talk ว่าคราวนี้มาพากษ์แบบไม่มีฉากทำไรกะใครเลย มีพูดคำพูดส่องแววYกับฮิราคาว่า ไดฯ เฉยๆ ดังนั้นครั้งหน้าถ้าได้มาพากษ์อีกก็อยากให้มีบทที่ได้ทำอะไรต่อมิอะไรกับฮิราคาว่าจังด้วย... (แค่พี่พูดงี้หนูก็ได้รับสารอาหาร Y ไปเต็มๆแล้วค่ะ...ขอบคุณค่ะ )

ยังไงก็...อย่าลืมไปฟังแล้วมาเล่าแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันด้วยนะค่ะ
 
 
รีวิวของภาคแรก อ่านได้ที่นี่ค่ะ......คลิก

edit @ 2 Mar 2010 02:45:42 by still-doll

[ETC] Shock !! Keep out

posted on 05 Feb 2010 15:40 by still-doll  in ETC

เจย์ไม่ได้อัพบล็อคนานมั่กกกงานยุ่งโคตร...เวลามานั่งฟังดราม่าก็หดหาย

วันนี้อัพแบบไร้แก่นสารเล็กน้อย ว่าด้วยเรื่องดราม่าซีดี KEEP OUT (ของ อ. Kisaragi Hirotaka)

 


 

ซึ่งตอนแรกๆ ไอ้เรื่องเนี้ย ทำเป็นซีดีแถมของ Rutile Souvenir Voix ออกมาลองตลาด Voice Cast คู่พระนางเป็น Konishi Katsuyuki X Fukuyama Jun อยู่ชัดๆคาตาเรยนะค่ะ ยังนั่งฟังเสียงจุนจุนพากษ์เป็น ฟุยูกิ ที่แอบซึนเดเระน่ารักโมเอะอยู่เรยอ๊าาาา (แฟนๆคู่นี้อย่าพลาดนะค่ะ มีตอนที่โคนิตัน...เอ๊ย พระเอก ขอนายเอกแต่งงานด้วยอ่ะ ทั้งฮาทั้งน่ารัก โคนิตันพากษ์ได้อารมณ์มากๆ กรี้ดสุดๆเรยค่ะ)

แต่!!!!!ไหงพอทำซีดีออกมาขายจริงๆจังๆดันเปลี่ยนเคสเฉพาะนางเอกซะงั้นละค๊าาาา

จาก Konishi Katsuyuki X Fukuyama Jun เป็น ----> Konishi Katsuyuki X Takeuchi Ken !!!!เห?????

 

อันนี้หน้าปกตอนที่เป็นแผ่นแถมของ Rutile Souvenir Voix

 

โอ้ พระเจ้า มันเกิดอารัยขึ้นกันค่ะเนี่ย???แถมหมู่นี้สังเกตดราม่าซีดีใหม่ๆที่จุนจุนพากษ์ก็มีน้อยลงอย่างแรงค่ะ(ไม่นับ Flesh & Bloodที่คุณเธอพากษ์เป็นไคโตะ อันนี้ไม่นับ) เฮือกก อย่าบอกว่าจะถอนตัวอ๊ะะะะกรี้ดดดส์ หรือว่าหมู่นี้จุนจุนเอาแต่หมกวุ่นกะการออกอัลบั้มเลยไม่มีเวลาหว่า??? งืมมมม

วันนี้ไม่ได้อัพรีวิว แต่อัพพร่ำเพ้อ ขาดสารอาหารวาย

 

 

 

[Review] Kimi ga Inakerya Iki mo Dekinai

posted on 14 Jul 2009 03:58 by still-doll  in DramaCD

Kimi ga Inakerya Iki mo Dekinai

君がいなけりゃ息もできない

หรือ...I Can't Even Breathe Without You

  

Kimi ga Inakerya Iki mo Dekinai

[Konishi Katsuyuki X Fukuyama Jun]

 

Cast:

Shouji Tatsuhiko : Konishi Katsuyuki (攻)

Niki Ryo : Fukuyama Jun (受)

Kanae Nanao : Yusa Kouji

Tobita : Suzuki Tatsuhisa

 

Author: Eda Yuuri

Illustrator: Enjin Yamimaru

Publisher: Libre Cue Egg Label

Released: 9/24/2008

Original price: 2,900

 

เรื่องนี้...เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดคอลเล็กชั่นความคลั่งใคล้ของเจย์เลยก็ว่าได้ค่ะ นอกจากคู่พระ-นางจะเป็น โคนิตัน กับ จุนจุน (โฮกกกกกกก) แล้ว คนวาดภาพประกอบนั้นยังเป็น อ. เอ็นจิน ยามิมารุ อีกด้วยยยย หุหุหุหุ ภาพประกอบสวยสด ดราม่าซีดีก็หรูเริ่ด จะมีอะไรเริ่ดไปกว่านี้อีกค๊า?? แต่เดิมเรื่องนี้เป็นนิยายแต่งโดย อ.เอดะ ยูริ ค่ะ แต่ต่อมาก็ถูกนำไปเขียนเป็นการ์ตูน โดยอ.ยามิมารุ ที่วาดภาพประกอบให้ตอนเป็นนิยายเนี่ยแหละค่ะ แล้วต่อมาก็ถูกเอาไปทำเป็นดราม่าซีดีอีกทีค่ะ (จะมีอีกต่อมั้ย? ปามานว่า “ต่อมาก็เอาไปทำเป็นหนัง” อารัยแบบนั้น? เหอๆๆๆ)

 

เนื้อเรื่อง (*ขอคร่าวๆสุดๆเลยล่ะกัน ตอนนี้นิยายเรื่องนี้มีตีพิมพ์ฉบับภาษาไทยแล้ว ไปหาซื้อกันมาอ่านเอานะค่ะ)

นิกิ เรียว (อุเคะ) ชายผู้มีความสามารถในการใช้ชีวิตต่ำพอๆกับเด็กทารก ประกอบอาชีพเป็นนักเขียนการ์ตูนผู้หญิงขายไม่ค่อยออก ผูกขาดชีวิตตัวเองโดยการพึ่งพาอาศัย โชจิ ทัตซึฮิโกะ (เซะ) เพื่อนสมัยเด็กมาโดยตลอด สำหรับนิกิแล้วโชจิเป็นทั้ง พ่อ แม่ พี่ เพื่อน และแม้กระทั่ง ผ้าห่ม!! โชจิหนุ่มเพอร์เฟ็คที่ต้องคอยดูแลนิกิมาตลอดนั้น แท้จริงแล้วแอบชอบอีกฝ่ายมาโดยตลอด แต่ไม่สามารถบอกออกไปได้ หลายครั้งที่โชจิอยากทำลายความสัมพันธ์แปลกๆระหว่างตัวเองกับนิกิลง แต่สุดท้ายแล้วก็ทำไม่ได้ โชจิต้องกลับไปตามดูแลนิกิเหมือนเดิม พร้อมกับควบตำแหน่งคนรักไปด้วย

(จบค่ะ สั้นจนไร้เนื้อหาสิ้นดี...เหอๆ) อ่อ...อีกนิดๆสำหรับแฟนคลับท่านพี่ยูสะ โคจิ เรื่องนี้พี่ท่านพากษ์เป็นคนไม่ดีนะค่ะ โดนพระเอก(โคนิตัน)ต่อยกระเด็นแถมเตะซ้ำหลายทีมั่กๆ โทษฐานพยายามทำร้ายร่างกายนายเอกค่ะ (แอบโหดอ่ะ โคนิตันนนนน)

 

*แนะนำหาการ์ตูนเรื่องนี้มาอ่านดูนะค่ะ สนุกสนานไปอีกแบบ มีบางจุดต่างกับในนิยายด้วยค่ะ เหอๆ*

 

Drama CD 

จุนจุนพากษ์เรื่องนี้ด้วยเสียงที่แบบว่า...

คล้ายกับ...ยังไม่ตื่นนอน...หรือเปล่า?

คิดว่าเจ้าตัวจงใจให้น้ำเสียงมันดูอืดๆยืดยาดๆเพราะจะได้เข้ากับคาแร็กเตอร์ของนิกิที่เฉื่อยๆวันๆร้องหาโชจิๆๆอยู่อย่างเดียวอ่ะค่ะ เสียงเลยฟังดูเมาๆมึนๆยังไงอยู่ แต่ก็ยังน่ารักนะค่ะ (ไม่ได้ลำเอียง555+) ส่วนโคนิตัน...ว่าไงดีล่ะ? เซ็กซี่ในแบบของเซเมะ...แบบว่าเสียงแหบต่ำ ทุ้ม และเท่ มากๆๆๆๆเลยคร่า....หลงใหลเสียงพี่แกจริงจริ๊งงงง....ยิ่งตอนถึงฉากอย่างว่า...โอ้...มะต้องบรรยาย คิดมานานแล้วว่า จุนจุนจับคู่พากษ์กับโคนิตันแล้วเหมาะสุดๆ เข้าขากันมากๆ แบบว่าเหมือนกำลัง “ทำอย่างว่า” กันอยู่จริงๆเลยค่ะ เหอๆๆๆ เรื่องนี้ฉากน้อยก็จริง (ครั้งเดียว ตอนจบของเรื่อง) แต่ก็คุ้มค่านะค่ะ (หัวเราะ)

 

 

เล็กน้อย...(ตรงความจำเป็น แต่เนื้อหายาวเหยียด)

 

ในแผ่นของ Kimi ga Inakerya Iki mo Dekinai จะไม่มี Free talk หรือ Cast talk นะค่ะ คือจบอยู่แค่ 8 track แต่ในภาค Kimi ga Inakerya Hi mo Noboranai จะมี Free talk ให้ด้วยนะค่ะ เนื้อหาก็จะเอาเนื้อเรื่องใน With you (Special book ตอนที่โชจิเก็บแมวมาเลี้ยงอ่ะค่ะ)

 

มาพากษ์กันในแผ่นนี้ เป็นเหมือน Special Drama CD ตอบรับความนิยมของเรื่องนี้อ่ะค่ะ

เนื้อหาก็สั้นๆ ความยาว 23นาที 50วิ ค่ะ

 

แต่ที่สนใจจริงๆสำหรับเจย์คงเป็น...แผ่น Free talk ที่แถมท้ายมามากกว่า ใน free talk ก็จะมี จุนจุน, โคนิตัน แล้วก็พี่ยูสะ 3คนชายหนุ่มเท่านั้นเองค่ะ (แถมหวานใจของเจย์ทั้งนั้น อุว้าว ไม่ฟังไม่ได้ๆๆ)

 ตอนเริ่มก็จะพากันแนะนำตัวค่ะ น้ำเสียงของทุกคนคึกคักกันมากกกกก แบบว่าเริงร่ากันสุดๆ คนแรกที่แนะนำตัวคือจุนจุนค่ะ(นิกิ) ต่อมาก็โคนิตัน(โชจิ) ที่ท่าทางตื่นเต้นและคึกสุดๆ นั่นเพราะว่า...คนต่อมานั่นแหละค่ะ...คนต่อมา...แนะนำตัวพร้อมกับน้ำเสียงที่ท่าทางไม่ค่อยแฮปปี้ต่างจากไอ่สองคนแรกสิ้นดีเรยค่ะ...

“ครับ...ผม ยูสะ โคจิ พากษ์เป็นลูกแมวน้อยครับ

“อ๊าฮ่าๆๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะของจุนจุนที่ยืนอยู่หน้าไมค์ดังตามมาทันทีเลยค่ะ

(สงสารพี่ยูสะอ่ะ...ถ้าให้พากษ์แค่แมวเนี่ย ไม่เห็นต้องเอาพี่มาเลยยยย เสียดายของว้อยยยยย... แต่คิดว่ามันคงเป็นการจ้างงานแบบเหมาจ่ายอ่ะค่ะ เพราะตอน Kimi ga Inakerya Iki mo Dekinai พี่แกพากษ์เป็นคานาเอะอยู่แล้ว พอหมดหน้าที่คานาเอะก็รวดให้มาพากษ์เป็นแมวในตอนนี้ด้วยเลย อารัยแบบนั้นล่ะมั้ง?)

小西「いやいや、ちょっと、遊左さんの感想、一番最後にしろうぜ。」

潤潤「そうですね」

小西「僕ら、二人の感想ね」

潤潤「はい、そうですね。いかがでしたか」

小西「久しぶりで私ですね、あの、福山潤さんとちょっと絡ませていただいたんですけれども…やっぱりね、潤さんを一番抱いている男同士はヤリ易かったですね。」

潤潤「そうですね。僕も小西さんに一番抱かれている男同士はヤリ易かったですね。」

โคนิตันบอกให้เก็บtalkของพี่ยูสะเอาไว้ท้ายสุดค่ะ (คิดว่าคงเป็นเพราะฮากับบทพี่แก เลยเก็บไว้ให้เล่าตอนสุดท้าย) แล้วโคนิตันกับจุนจุนจะพูดถึงความรู้สึกกันก่อนค่ะ

จุนจุน – “ครับ แล้วเป็นยังไงบ้างครับ?”

โคนิตัน – “แบบว่า นานแล้วนะที่ผม เอ่อ มาพากษ์ *คารามุ* กับฟุคุยามะ จุนซัง (*ขอเซนเซอร์ด้วยภาษาญี่ปุ่นค่ะ 555+) กะแล้วเชียวนะ ว่าในบรรดาผู้ชายด้วยกันที่กอดมาทั้งหมดเนี่ย จุนซังน่ะกอดง่ายสุดจริงๆแฮะ”

จุนจุน – “นั่นสิครับ สำหรับผมแล้วในบรรดาผู้ชายด้วยกันที่ถูกเค้ากอดมาเนี่ย โคนิชิซังก็รับมือง่ายสุดเลยครับ” (ได้ยินเสียงพี่ยูสะหัวเราะดังลอดมาเล็กน้อย)

เฮือกกกกกกก.........วายใช่มั้ยค่ะ? แบบนี้เค้าเรียกว่า วาย ใช่รึไม่คร๊า???????

กรี๊ดดดดดด...แค่ในซีดีมะพอ เล่นนอกจอด้วยเหรอค่ะ? เหอๆ เจย์อาการอินจัดกับดราม่าซีดีค่ะ (ดราม่าจบอารมณ์ไม่จบ?)

แล้วจุนจุนก็พูดแนะนำให้คนฟังไปสรรหา Kimi ga Inakerya Iki mo Dekinai มาฟังด้วย เพราะเหตุผลที่ว่า “ตอนนั้นยูสะซังยังพูดภาษาญี่ปุ่นอยู่เลยนะครับ” 555+ แบบว่าในแผ่นนี้ร้องแต่ เมี๊ยวๆๆๆๆ อ่ะค่ะ

ต่อมาก็คุยกันถึง Theme ที่จะพูดกันใน Free Talk นี้ซะที... Theme คือ “อะไรที่คุณรู้สึกว่าถ้าขาดมันไปแล้วจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้” (อะไรที่ขาดไม่ได้นั่นแหละค่ะ แต่เค้าคงตั้งใจจะให้มันสัมพันธ์กับชื่อเรื่อง)

คนแรก...โคนิตัน...บอกว่าถ้าไม่มีเกมส์แล้วชีวิตนี้อยู่ไม่ได้เลย

จุนจุนเลยช่วยแฉ บอกว่า “ใช่ๆ เช้าวันนี้น่ะ (โคนิตัน)ช็อคสุดๆกะแค่เรื่องที่ในกระเป๋าของเขาไม่ได้ใส่เครื่องเกมส์มาด้วยอ่ะ”

พี่ยูสะหัวเราะโคตร “นี่นายช็อคกับเรื่องแค่นั้นด้วยเหรอเนี่ย?”

โคนิตัน – “ก็วันนี้ตอนเช้านะ........(เหมือนพึ่งนึกได้) วันนี้ทั้งวันอยู่กับฟุคุยามะคุงตลอดเลยนี่เนอะ”

จุนจุน – “อ่อ ใช่ครับ”

แล้วพี่ยูสะก็พูดอะไรซักอย่างแล้วพวกจุนจุนกับโคนิตันถึงพึ่งนึกออก “อ้าว พี่ก็อยู่ด้วยนี่หว่า เช้านี้อ่ะ”

(ใจร้ายมากส์ จำกันได้สองคน แต่ลืมพี่เค้าได้ไง๊)

โคนิตันก็เล่าต่อว่า ตอนนั้นเหมือนรออะไรซักอย่างในสตูดิโออัดเสียงนานมาก เลยว่าจะเอาเกมส์มาเล่น ปกติก็พกประจำอยู่ในกระเป๋า แต่วันนี้พอไปดูปรากฏว่าไม่มี

小西「ない!ないっないっ!かばんの中にゲームがないっ!おい、潤、ないぞ…俺のゲーム機は!!!」

潤潤「ショック…DSない…って」

小西「DS-NintendoDSがない」

แปลจากข้างบนนะค่ะ

โคนิตัน – “ไม่มี! ไม่มี...ไม่มี๊...! ในกระเป๋าตรูมะมีเครื่องเกมส์! นี่ จุน ไม่มีอ่ะ เกมส์ของฉันอ่ะ!!! (แล้วจุนจุนมันจะช่วยไรพี่ได้เหรอค่ะ?)

แล้วจุนจุนก็เล่าต่อว่า ตอนนั้นที่โคนิตันมาถึงจุดช็อคสุดๆก็พูดออกมาแบบวิญญาณหลุดว่า “ช็อคอ่ะ DSไม่มี...”

โคนิตัน – DS Nintendo DS ไม่มีอ่ะ”

ต้องไปฟังเสียงโคนิตันตอนนี้เอาค่ะ พี่แกจริงจังมาก แบบว่าน้ำเสียงคือไม่ไหวแล้ววว เกมส์ตรูอยู่หนายยย อารัยแบบนั้น 555+

โคนิตัน – “ไม่มี DS อ่ะ ไม่มี Dream Strom อ่ะ...” (ฮามาก...พี่)

มาถึงของที่จุนจุนขาดไม่ได้...REALITY มากๆ......น้องตอบว่า “เงิน” คร่า.... (อุแว้กกกกก ช่างตรงเหลือเกิ๊นนน)

แถมบอกอีกด้วยว่า “ผมชอบเงินสุดๆเลยนะครับ” อีกต่างหากอ่า... -_-“ ไม่มีเงินใช้ชีวิตต่อไปไม่ได้เลยนะเนี่ย (มันก็จริงนะ55+) จุนจุนก็บอกว่าพูดง่ายๆก็คือ “ถ้าไม่มีงานก็อยู่ไม่ได้นั่นแหละ” (อื้ม...คราวนี้ฟังดูดีขึ้นนะ ฮ่ะๆ) “ผมอยากได้งานมาทำเยอะๆนั่นแหละ”

ของพี่ยูสะอยากได้...อารัยหว่า...ฟังมะออกอ่ะค่ะ (ขอโท้ดด้วยนะค่ะ สมองดีเฉพาะตอนฟังโคนิตันกับจุนจุนง่ะ 5555+)

และแล้วทุกคนก็กลับมาที่ ความรู้สึกของยูสะซัง กับบท ลูกแมวน้อย ค่ะ 55555+

โคนิตัน – “ผมก็ว่านะว่าใครกันที่จะมาพากษ์บทแมวอ่ะ” (ฮา)

พี่ยูสะแกยังบ่นต่ออีกว่า “แถมคราวนี้นะ แมวธรรมดาๆก็ไม่ใช่ด้วยง่ะ...เป็นแมวเด็กนะ...พึ่งเกิดเลยง่ะ...แถมเป็นตัวเมียด้วย...แถมยังป่วยอีกต่างหาก” (โคนิตันกับจุนจุน –“ว๊ะฮ่าๆๆๆๆๆ”)

คือพี่ยูสะน่าสงสารจริงๆค่ะ ได้พากษ์เป็นแมวไม่พอ ยังต้องเป็นแมวเด็ก-ตัวเมีย-ที่ป่วยอยู่อีกต่างหาก 5555+ พี่เครียดมากว่าจะเปล่งเสียงให้มันป่วยยังไงดี ขำพี่มากเลยอ่ะ มีเสียงโคนิตันพยายามร้องเมี๊ยวๆแบบป่วยๆแห้งๆแหบๆดังประกอบเป็นระยะๆด้วยค่ะ -_-; แบบว่าโคนิตัน...ไม่เหมาะเลยอ่ะ แมวเสียงใหญ่แบบนี้ง่ะ เหอๆ

 

เรื่องนี้รีวิวยาวตรง Free talk ของ Seiyuu นี่หว่า....เนื้อเรื่องน้อยนิดมากเรยง่ะ 555+ (พึ่งมารู้สึกตัว) งี้กลับไปเปลี่ยนชื่อเอ็นทรี่ว่า รีวิว Free talk ดีมะเนี่ย? (หัวเราะ)

 

ไว้ว่างๆจะรีวิว SASRA กับ DABA Project ของจุนจุนนะค่ะ

 

[Review] Hitomi wo Sumashite

posted on 10 Jul 2009 23:26 by still-doll  in DramaCD

Hitomi wo Sumashite

瞳をすまして

 

แปลเป็นภาษาไทย (แบบรั่วๆโดยเจย์) ว่า *ทำให้ชัดเจนกระจ่างผ่านดวงตาของเธอ*...อุ...ทำไมแปลแล้วมันดูไม่น่าสนใจเลยฟร่ะ ขออภัยด้วย ความสามารถในการใช้ภาษาสวยหรูของอิฉันเป็นศูนย์เจ้าคร่า...555+

 

มามะ...มาเข้าเรื่อง

 

Hitomi wo Sumashite

[Nakamura Yuuichi X Fukuyama Jun]

 

Cast:

Honda Shigeto : Nakamura Yuuichi (攻)

Makino Towa : Fukuyama Jun (受)

Takeshi : Hanawa Eiji

Makino Teru : Midorikawa Hikaru

  

"音のない世界で僕は、彼に恋をした…

ผมที่อยู่ในโลกที่ไร้ซึ่งเสียง...ได้พบรักกับเขา..."

 

แต่เดิมเรื่องนี้เป็นนิยายแต่งโดย อาจารย์ อาซามิสึ ค่ะ ส่วนคนวาดภาพประกอบคือ อาจารย์ ยามากาตะ ซาโตมิ หลายคนคงเคยเห็นการ์ตูนของอ.คนนี้บ้างแล้ว ตัวดราม่าซีดีวางขายที่ญี่ปุ่นไปวันที่ 28/6/2009 ที่ผ่านมาค่ะ ราคาก็ 5พันเยน มีซีดีของ2แผ่น ความยาวแผ่นแรก 78นาที51วิ กับแผ่นที่2 78นาที 59วิ ค่ะ (ระเอียดยิบ เหอๆ) มีสินค้าแถม เป็นแผ่น Free talk ของเรื่องนี้ก็จะมีพวก จุนจุน ยูจัง มิโดริน อะไรพวกนี้อ่ะค่ะ เหอๆ ค่ายที่ผลิตก็ค่าย Atis collection จากความเห็นส่วนตัว คิดว่าค่ายนี้ทำแอฟเฟกเสียงดีนะค่ะ

 

มาถึงตัวเรื่อง...

(!! สปอยเต็มที่ค่ะ)

 

จุดเด่นของเรื่องนี้คือตัวนายเอก (อุเคะ) ค่ะ...มาคิโน โทวะ ซึ่งเป็น....หูหนวก.... เป็นมาตั้งแต่เกิด ทำให้ส่งผลให้เกือบๆจะเป็นใบ้ไปด้วยอ่ะค่ะ(เพราะไม่ได้ยินเสียงเลยทำให้พูดได้ไม่คล่องนะค่ะ เป็นธรรมชาติที่ว่าคนเป็นหูหนวกตัวแต่เกิด อาจจะกลายเป็นใบ้ไปด้วยนั่นเอง) ตอนที่ไปอ่านพรีวิวของทางญี่ปุ่นล่วงหน้าก็งงมากเลยค่ะ ว่าจุนจุน...นี่นายจะพากษ์เสียงเป็นคน(เกือบ)ใบ้ยังไงดีล่ะเนี่ยยย เหอๆ แต่มานึกได้ตอนที่ได้ฟังเองแล้วว่า นายเอกมันก็ต้องมีคิดอะไรในใจเยอะแยะนี่หว่า เอ้อเฮ้ยยยย 555+ แต่เสียงจุนจุนตอนพากษ์เรื่องนี้ก็หวานใสน่ารักซร้า---* อะหุๆๆๆ (เสียงหวานมากๆค่ะ หวานจริงๆๆๆๆ น่าร๊ากกก) แล้วนายเอกของเราก็ได้รู้จักและพบรักกับ นายแบบหนุ่มหล่อเนื้อหอมอย่าง ฮอนดะ ชิเงโตะ อุว้าว...โรแมนติกสิ้นดี ชิเงโตะไม่ได้รังเกลียดหรือรำครานความพิการของโทวะเลยแม้แต่น้อย แถมยังอยากทำความรู้จักอีกฝ่ายมากๆอีกด้วย ทั้งสองเรียนมหาลัยเดียวกัน เจอกันครั้งแรกในห้องสมุด ชิเงโตะเข้ามานั่งโต๊ะเดียวกับโทวะพร้อมเอ่ยถามว่า “ขอนั่งด้วยได้มั้ย” อะไรปานมาณนี้ โทวะไม่ได้ยินแต่ชิเงโตะก็นั่งลงมาแล้ว โทวะจึงเขียนใส่กระดาษประมาณให้รู้ว่าตัวเองหูไม่ได้ยิน ของโทษด้วยนะ อะไรแบบนั้น แล้วชิเงโตะก็เลยเริ่มเขียนใส่กระดาษตอบ ประมาณว่า อยากรู้จักมานานแล้ว ที่แท้ มาคิโนะ โทวะ คือเธอเองเหรอ......คือ ชิเงโตะ เคยได้ยินเรื่องของโทวะมาก่อนที่จะได้เจอกันแล้ว จากเพื่อนคนนึงที่ชื่อ ทาเคชิ ทาเคชิเป็นชายคนนึงที่ไม่ได้พิการอะไรแต่พูดภาษามือได้ รู้จักกับทั้งโทวะและชิเงโตะ (พูดง่ายๆคือ พ่อสื่อนั่นเอง) คิดว่าเจ้าตัวทาเคชินั้น อยู่ circle เดียวกับโทวะ (circle...ในเรื่องเรียกแบบนี้อ่ะค่ะ ในหัวเจย์คิดไปว่ามันคงคล้ายๆชมรม หรือ สมาคมคนหูหนวกหรือเป็นใบ้ในมหาวิทยาลัย ไว้สำหรับให้มาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนและดูแลกันน่ะค่ะ ในนั้นก็จะมีพวกอาสาสมัครที่เรียนรู้ภาษามือมาแล้วอยู่ด้วย)

 

ที่น่าสนใจของเรื่องนี้คือ เวลาคนในเรื่องพูดคุยกับนายเอกเมื่อไหร่ จะมีเสียง ควับๆผั่บๆ ดังประกอบเสมอ เพราะกำลังใช้ภาษามือน่ะค่ะ แต่ถ้าเป็นกรณีพระเอกของเรา ชิเงโตะที่ตอนแรกๆไม่รู้ภาษามือมาก่อน ก็จะใช้วิธีการเขียนข้อความลงในกระดาษให้โทวะอ่าน ก็จะมีเสียง ขีดๆเขียนๆ ดังลอดมาให้ได้ยินด้วยค่ะ เวลาพูดจากันก็จะช้าๆชัดถ้อยชัดคำดีมาก(ไม่นับนายเอกตอนพูดนะ) เจย์ที่ทักษะญี่ปุ่นไม่ค่อยแข็งแรงก็ฟังเรื่องนี้แล้วพอจะจับใจความได้เลยแหละค่ะ อ้อ...ตัวละครหลักๆอีกคนที่ไม่ควรลืมก็คือพี่ชายของนายเอกค่ะ ท่านพี่เทรุ อะเหอๆ ที่หวงและห่วงน้องชายสุดๆ ขนาดที่ไม่ยอมยกให้พระเอกในทีแรก แถมมีต่อยพระเอกด้วยนะค่ะ เหอๆ พี่มิโดรินเวอร์ชั่นโหดค่ะ (แต่เสียงยังเริ่ดหรูไม่เปลี่ยนนะค่ะ)

 

ไคลแมกซ์ของเรื่องคงเป็นตอนที่นายเอก(เกือบจะ)โดนอีตาเพื่อนพระเอกที่เป็นนายแบบเหมือนกันข่มขืน แล้วก็มาเจอพระเอก แล้วก็มีผิดใจกันบ้าง แต่หลังจากนั้นก็คืนดีกันได้อ่ะค่ะ คือตัวเนื้อเรื่องที่จริงดำเนินไปแบบเรียบๆเน้นหวานแหววมากๆเลยค่ะ คือทั้งคู่ใจตรงกันง่ายด้วย แบบว่าพระเอกนี่คงชอบแต่แรกเลยมั้ง แบบว่าบอกว่าชอบนายเอกเพราะนายเอกทำให้ตัวเองมีกำลังใจจะพยายามทั้งในเรื่องอาชีพนายแบบและการเรียน ทำให้พนะเอกอยากจะปรับปรุงตัวเองในอดีตให้ดีขึ้น อะไรทำนองนี้ พระเอกชิเงโตะของเราเลยอ่อนหวาน เอาอกเอาใจนายเอกสุดๆเลยค่ะ ถึงขนาดที่ตอนหลังมีการฝึกเรียนภาษามือเพื่อจะเอาไปพูดขอนายเอกกับท่านพี่เทรุเลยด้วยค่ะ ซึ้งสุดๆ หวานแหวนน่ารักมากๆเลยค่ะ ขนาดที่ว่าเจย์ฟังไปด้วยอมยิ้มไปด้วยเลยก็ว่าได้ จุนจุนก็เก่งนะค่ะ พยายามพูดด้วยเสียงอู้อี้แหบๆแตกๆตามแบบของคนที่พิการด้านนี้เลยค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นน้องก็ยังน่ารักนะค่ะ (ยิ้ม)

 

เอ้า...มาถึง “ฉาก”

หึๆๆๆๆ ในเรื่องก็มีฉากอยู่ประมาณ 4 ครั้ง (ไม่นับของเพื่อนพระเอกที่พยายามจะข่มขืนนะค่ะ) ยูจังพากษ์ฉากประมาณนี้ได้ดีทีเดียวเลยนะค่ะ (แต่อันดับหนึ่งในใจเจย์คงเป็น โคนิตัน อยู่ดีอ่ะ 55+) โดยส่วนตัวชอบพระเอกเถื่อนๆดิบๆมากกว่าพระเอกแนวนี้อ่ะค่ะ แต่พอฟังของยูจังแล้วก็รู้สึกชอบขึ้นมาเหมือนกันนะค่ะ (ฮา) แบบว่าเสียงหล่อหรูสุดๆ ไม่รู้ทำไมตอนฟัง ฟังๆไปนึกถึงซากุไร ทาคาฮิโระ ขึ้นมาตะหงิดๆ อึ่ม.... คงเป็นพวกแนวเดียวกันหรือเปล่าหว่า? แต่เสียงของจุนจุนก็เซ็กซี่น่ารักดีค่ะ สมเป็นจุนจุนเจ้าของฉายา ครางเพราะ (?) (หุหุ)

พอไปอ่านคอมเม้นท์ของคนญี่ปุ่นเกี่ยวกับฉากอย่างว่าของเรื่องนี้ดู ก็ค้นพบคำจำกัดความว่า...

“จุนจุน---น่ารัก”

“ยูจัง---อ่อนโยน”

“เนื้อเรื่อง---หวานฉ่ำมากส์”

เจ้าค่ะ เหอๆ

edit @ 10 Jul 2009 23:57:44 by Blance